26 เมษายน 2555

หวยคำนวณ


ผมกลับมาจากเชียงใหม่วันที่ 25 แต่เน็ตที่บ้านใช้ไม่ได้ เลยคิดว่าจะเขียนเรื่องเบาสมองสักเรื่องหนึ่ง โดยเขียนใส่ notepad ไว้ก่อน แล้วค่อยเอามาลง blog ตอนเน็ตใช้ได้แล้ว นาน ๆ จะได้คุยกันเล่น ๆ สักครั้ง ถือซะว่าเป็นการพักสมองครับ คนที่เข้ามาอ่านบทความของผมน่าจะเป็นเด็กวัยรุ่นซะส่วนใหญ่ ในความรู้สึกของผมเด็กไม่เล่นหวย คนที่เล่นมักจะมีครอบครัวแล้ว ผมเคยซื้อหวย (ใต้ดิน ) ประมาณ 10-20 ครั้ง ถูก 2 ครั้ง ครั้งแรกถูก 3 ตัวตรง ซื้อ 200 บาท ได้ หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นบาท ( ทางใต้จ่ายบาทละ 550 ) เลขได้มาจากกาารคำนวณของผมเอง ครั้งที่สองถูกโต้ด ( 3 ตัว เรียงไม่ตรง ) ซื้อ 20 ได้ สองพันบาท ( บาทละ 100 ) เป็นเลขจากความฝัน หลังจากนั้นก็ไม่เคยซื้อเองอีก

บางคนอาจอยากรู้แล้วว่าเค้าคำนวณหวยกันอย่างไร มีมากมายหลายวิธีครับ เนื่องจากผมไม่ใช่เซียนหวย ศึกษามาเล็กน้อยเพื่อความสนุกเท่านั้น สูตรที่นิยมใช้กันในปัจจุบันเรียกว่า สูตรธรรมชาติ ซึ่งมีจำนวนไม่จำกัด แล้วแต่จะคิดเอา ดูจากตัวอย่างง่าย ๆ ครับ

X + [D1, D2, ... Dn] = [X1, X2, ... Xn] , n = จำนวนชุดตัวเลขที่ต้องการ ส่วนใหญ่นิยมใช้ 6..8

X - เลือกมาจากเลขของงวดที่ผ่านมา จะเลือกมาหลักใดหลักหนึ่ง หรือ จากการคำนวณผสมกันจากหลายหลักก็ได้ ( คำนวณยังไงก็ได้)
D1..Dn - เป็นตัวเลขที่ไม่ซ้ำกัน 0..9 ได้จากการคำนวณย้อนหลังเลือกชุดที่ถูกมากที่สุด จะย้อนหลังกี่ปีก็แล้วแต่ต้องการ
X1..Xn - เป็นผลลัพธ์ของสูตร X1 = X + D1,  X2 = X + D2 ( เอามาแต่เศษ )


ผมใช้ บวก ในการคำนวณ จริง ๆ แล้วใช้อะไรก็ได้ หรือจะเอาไปเข้าสูตรที่ซับซ้อนแค่ไหนก็ได้ แต่ผมบอกได้เลยว่าไม่แตกต่าง  เป็นการเพิ่มสูตรให้มากขึ้นแค่นั้นเอง หวยงวดหนึ่งมีตัวเลขทั้งหมด 20 ตัว นำแต่ละตัวมาใช้เดี่ยว ๆ  หรือผสมกันก่อน ใช้แค่การบวกก็สามารถสร้างสูตรได้เป็นล้านสูตรแล้ว

ในการสร้างสูตรเราต้องระบุไปเลยว่า สูตรนี้ให้ผลลัพธ์เป็นของหลักใด โดยทั่วไปนิยมแทนหลัก ร้อย-สิบ-หน่วย ด้วยตัวอักษร H T F

สมมุติว่าต้องการเลขท้าย 3 ตัว ต้องทำการหาผลลัพธ์ให้กับหลักต่าง ๆ ดังนี้
H = เลขที่มีโอกาสเกิดในหลักร้อย
T = เลขที่มีโอกาสเกิดในหลักสิบ
F = เลขที่มีโอกาสเกิดในหลักหน่วย
HT = เลขที่มีโอกาสเกิดในหลักร้อย หรือ หลักสิบ
HF = เลขที่มีโอกาสเกิดในหลักร้อย หรือ หลักหน่วย
TF = เลขที่มีโอกาสเกิดในหลักสิบ หรือ หลักหน่วย
HTF = เลขที่มีโอกาสเกิดได้ทั้ง 3 ตำแหน่ง

นอกจากนี้ อาจเพิ่มผลรวมของหลัก เช่น (TF) หมายถึงผมรวมของ T และ F ( นำมาใช้เฉพาะเศษ )

ในแต่ละหลักต้องใช้สูตรจำนวนหนึ่ง ( ไม่ควรเกิน 10 สูตร ) เอาผลลัพธ์ของแต่ละสูตรมาหาตัวร่วม ก็จะได้ตัวเลขน้อยตัว เมื่อหาได้ครบทุกหลักแล้ว ก็นำมาผสมกัน ตัดตัวที่ไม่เข้าสูตรออกไป สุดท้ายจะเหลือชุดตัวเลขไม่กี่ชุด จำไว้ว่าสูตรยิ่งเยอะโอกาสผิดก็มีมากขึ้น แต่สูตรน้อยก็จะเหลือตัวเล่นเยอะเกินไป

บางคนอาจคิดสูตรของเลขดับของแต่ละกลุ่ม หรือ แต่ละหลัก เข้ามาเสริมได้อีก ( จริง ๆ แล้ว มันก็คืออันเดียวกัน วิธีคิดเหมือนกัน เปลี่ยนแต่เงือนไข เช่น เลขดับคือ 9 เลขออกก็จะเป็น 0..8 )

ทั้งหมดที่เขียนมานี้ เป็นสิ่งที่นักคำนวณหวยคิดขึ้นมา ไม่ใช่ความคิดของผม โดยส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยกับแนวความคิดพวกนี้ แม้ว่าผมจะไม่มีความรู้ทางสถิติ แต่ผมเชื่อว่าวิธีการนี้เป็นการนำหลักสถิติมาใช้อย่างไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะใช้สูตรอะไร ก็ไม่สามารถทำให้โอกาสถูกหวยมีมากขึ้น เช่นถ้าซื้อชุดเดียวความน่าจะเป็นที่จะถูกเลข 3 ตัวตรง ก็ยังคงเป็น 0.001 เสมอ

สำหรับผมแล้วมองว่าการคำนวณเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นเท่านั้น และการซื้อหวยเพื่อให้ได้เงิน ต้องซื้อในรูปแบบการลงทุน คือเล่นเลขท้าย 2 ตัว ซื้อทีละหลายชุด ทำให้โอกาสถูกมีมากขึ้น ( แต่ผลตอบแทนก็ลดลงเช่นกัน ) การเลือกตัวเลขหลายชุดเป็นเรื่องยากจะตัดสินใจ การใช้สูตรก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี อย่างน้อยที่สุดต้องทำให้โอกาสการถูกมีค่าไม่ต่ำกว่า 0.6 และควรซื้อด้วยจำนวนเงินเท่า ๆ กันทุกงวด

ในการคำนวณถ้าเขียนเป็นโปรแกรมจะนำมาใช้ได้สะดวก การสร้างสูตร สร้างครั้งเดียวอาจนำไปใช้ได้หลายครั้ง การให้โปรแกรมสร้างสูตรจำนวนมากใช้เวลาพอสมควร จึงต้องแยก Thread ออกไป เสร็จแล้วบันทึกสูตรเหล่านั้นลงไฟล์ ในขั้นตอนนี้อาจต้องมีความรู้เรื่อง Thread และ  Recursive ( รวมทั้งพื้นฐานทางคณิตศาสตร์เช่น การเลือก, Factorial ) เมื่อได้สูตรแล้ว ในการใช้งานก็เพียงแต่เลือกสูตรจำนวนหนึ่งขึ้นมาใช้ จะเลือกขึ้นมากี่สูตร ใช้หลักอะไรในการเลือก ต้องทำการทดสอบด้วยตัวเอง

นักคำนวณรุ่นเก่า ๆ ใช้วิธีคิดมือ ( การใช้ Excel ก็ไม่ต่างอะไรกับการคิดมือ ) ไม่สามารถทำอะไรที่ซับซ้อนได้ ต่างจากการเขียนเป็นโปรแกรมที่เราสามารถใส่เทคนิคพิสดารต่าง ๆ ลงไปได้ เพิ่มการวิเคราะห์ตัวเลขให้ซับซ้อนแค่ไหนก็ได้

ผมขอสรุปว่า การคำนวณ ไม่ได้ช่วยให้โอกาสถูกหวยมีมากขึ้น แต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่น ในการเลือกชุดตัวเลขที่จะซื้อ ต่อให้ไม่ใช้สูตร ( แต่ซื้อเป็น ) ผมคิดว่าผลตอบแทนน่าจะไม่ต่ำกว่า 20 % ต่อปี ( ในกรณีหวยใต้ดิน ซึ่งรัฐบาลไม่ส่งเสริม เพราะไม่ได้ภาษี )

ผลตอบแทนเฉลี่ย 20% ต่อปี มากหรือน้อย มาว่ากันต่อ

ขอไปที่เรื่องหุ้นครับ การเล่นหุ้นโดยทั่วไปก็ได้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 10-20 % แม้แต่กองทุนที่มีเงินมหาศาล ( ซื้อประเทศใดประเทศหนึ่งได้เลย ) ก็ยังทำกำไรได้ประมาณนี้ ถ้าใครสนใจด้านนี้อยู่บ้างน่าจะเคยได้ยินที่เค้าแบ่งผู้เล่นหุ้นออกเป็น 3 กลุ่ม คือ ลิง - เด็ก - เซียน ลิงคือกลุ่มผู้เล่นที่ไม่มีความรู้เรื่องหุ้นเลย ซื้อเอาแบบปาลูกดอก เด็กคือกลุ่มผู้เล่นที่มีความรู้เรื่อง หุ้น-การลงทุน บ้างเล็กน้อย ส่วนเซียนเป็นผู้เล่นที่มีความรู้เรื่องหุ้น-การลงทุนเป็นอย่างดี

ถ้าให้ทายว่า 3 กลุ่มนี้ใครจะทำกำไรจากหุ้นได้มากที่สุด ( ทุนเท่ากัน ) ตอบโดยไม่ต้องคิดว่า เซียน แน่นอน แต่ไม่ใช่ครับ เด็กทำกำไรได้ดีที่สุด ( โดยเฉลี่ยนะครับ ) ส่วนลิงกับเซียนได้พอ ๆ กัน

แต่สำหรับประเทศไทยเราอาจไม่ได้เป็นอย่างนั้นครับ เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าตลาดหุ้นบ้านเรามีเจ้ามือ จะเล่นให้ได้ต้องดูอารมณ์เจ้ามือให้ออก

สังคมบ้านเราเป็นสังคมดัดจริต เราไม่เคยยอมรับความจริงสักอย่าง ผู้ใหญ่ในหน่วยงานต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งนักการเมือง ออกมาพูดอยู่เสมอว่า ในหน่วยงานต่าง ๆ ย่อมมีคนไม่ดีอยู่บ้าง แต่เป็นส่วนน้อย ผมว่าไม่แน่อาจจะตรงกันข้าม ไม่ใช่น้ำดีไล่น้ำเสีย แต่เป็นน้ำเสียไล่น้ำดี หรือจะเป็นที่คนจีนโบราณว่า "ธรรมะสูงหนึ่งศอก อธรรมสูงหนึ่งวา"

หลายต่อหลายคนจึงหันมาเล่น Day-Trade คือเล่นแบบซื้อขายระหว่างวัน เอากำไรทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง วันไหนเสียก็เลิกให้ไว จะได้เสียแต่น้อย กลับไปหาความสุขกับชีวิตประจำวัน เช้าวันใหม่ค่อยมาเล่นต่อ


เมื่อ 2 - 3 ปีก่อนผมลงเงินไปแสนหนึ่ง ลองเล่นหุ้นแบบ Day-Trade ดู ซึ่งผู้รู้ทั้งหลายเตือนออกทีวีอยู่เสมอว่า การเล่นแบบนี้ได้กำไรยาก แต่ผมอยากลองดูสักครั้ง เริ่มต้นจากศึกษาการวิเคราะห์เชิงเทคนิค เดือนหนึ่งผ่านไปก็เริ่มเล่นเลย เล่นอยู่พักหนึ่งทำกำไรได้วันละ 500-2000 บาท บางวันก็เสียบ้าง 300-500 บาท ใช้เวลาอยู่หน้าคอมทั้งวัน ผ่านไปไม่กี่เดือนก็เลิกเล่น เวลาไม่พอ


การเล่นหุ้นให้ได้กำไร (ค่อนข้าง) แน่นอน มีอยู่วิธีหนึ่ง เรียกว่าการซื้อแบบตั๋วเฉลี่ย คือซื้อหุ้นในกลุ่มบลูชิพ ด้วยจำนวนเงินเท่า ๆ กันโดยเว้นระยะเวลาการซื้อให้คงที่ เช่นเดือนละครั้ง หรือ 3 เดือนครั้ง หรือมากกว่านี้ก็ได้ แล้วแต่ความเหมาะสม และ ทุนที่มี โดยไม่ต้องไปสนใจว่าหุ้นจะขึ้นหรือลง

มาต่อที่ amazon.com ผมไม่ชอบการขายสินค้าแบบนี้ แต่อยากลองทำสักครั้ง เดือนแรกได้กำไร หมื่นกว่าบาท แต่กว่าจะได้รับเงินก็ 3 เดือนขึ้น ไปกดเบิกจากตู้ ATM ไม่รู้ว่าตื่นเต้นจะได้เงินจาก amazon หรือเกิดจากโรคส่วนตัวของผมคือเป็นคนขี้ลืม กดเสร็จแล้วก็ลืมบัตรไว้ที่ตู้ เลิกอีก ที่เลิกไม่ใช่เพราะบัตรหายนะครับ แต่มันไม่เหมาะกับผม ผมเป็นคนไม่ติดตามเทคโนโลยี ข่าวสาร ไม่รู้ภาษาอังกฤษ ไม่ดูข่าว ไม่ดูทีวี ดูแต่หนัง DVD สามปีนี้ดูไปพันกว่าเรื่องแล้ว สำหรับเด็ก ๆ รุ่นใหม่ ๆ ที่เก่งภาษาอังกฤษ มีเวลาว่างอยู่หน้าคอมพอสมควร  ก็ลองขายของกับ amazon ได้นะครับ ถ้าขยัน อาจจะได้เดือนหนึ่งหลายหมื่นหรือหลักแสนก็เป็นไปได้

ในโลกปัจจุบันแม้ว่าต้องยื้อแย่งแข่งขัน แต่ก็เต็มไปด้วยโอกาส ไม่ว่าจะทำอะไรศึกษาให้ดี แล้วลงมือทำ หาความรู้ใส่ตัวอยู่เสมอ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นความรู้จากห้องเรียน

สำหรับคนที่มีการศึกษาต่ำต้อยอย่างผมไม่มีอะไรดีไปกว่ากิจการส่วนตัว ที่สามารถทำกำไรได้ 50-200% ต่อปี โอกาสขาดทุนแทบไม่มี ( ผ่านมา 10 ปีไม่เคยขาดทุน )

ก่อนจะจบบทความนี้ จะเล่าเรื่องชีวิตตอนวัยรุ่นให้ฟังนิดหนึ่ง ไม่เกี่ยวกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ นะ อย่างที่เคยบอกไปแล้ว ผมเป็นคนใต้ ตอนเป็นวัยรุ่นมีโอกาสได้มาขอนแก่น วันหนึ่งในร้านอาหาร เจอสาวน้อยหน้าตาเหมือนตุ๊กตาไว้ผมเปีย 2 ข้าง เดินเข้ามาในร้านกับเพื่อน ๆ กลุ่มหนึ่ง ผมไม่เคยมีความรู้สึกอะไรกับใคร แต่พอเจอคนนี้ ใช่เลย เค้าจะเป็นคนยังไงผมไม่สน ความรู้สึกถูกชะตา และความประทับใจครั้งแรก ตัดสินทุกอย่าง ผมเป็นคนขี้อาย จะให้เข้าไปหาตรง ๆ ในกลุ่มเพื่อน ๆ เค้าคงยากกว่าอะไรทั้งสิ้น เมื่อก่อนผมชอบคบหาเพื่อนฝูง แม้จะอยู่ขอนแก่นได้ไม่นาน แต่ผมก็รู้จักผู้คนกว้างขวาง ก่อนค่ำวันนั้นผมสืบเรื่องของเค้าจนรู้หมดทุกอย่าง ตอนค่ำก็ไปหาที่หอพักเลย ( บ้านอยู่อุดร แต่มาเรียนที่ขอนแก่น ) เค้ายืนอยู่บนระเบียงชั้น 2 ผมยืนด้านล่าง คุยกันไม่กี่คำก็รู้ได้ทันทีว่า เค้าไม่อยากแม้แต่จะรู้จักกับผม แต่คนที่มีลูกบ้าเต็มตัวอย่างผม ไม่ยอมอะไรง่าย ๆ ผมไปหาทุกเย็น ส่วนใหญ่เค้าไม่ยอมออกมา แต่ได้เห็นหน้ากันแทบทุกวัน ได้คุยบ้าง ไม่ได้คุยบ้าง ที่ได้เจอไม่ใช่เพราะบังเอิญ แต่ผมจงใจให้เจอ เพราะผมรู้ความเป็นไปทุกก้าวย่างของเค้า

ผ่านไป 1 ปี ไม่มีอะไรคืบหน้า คนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิต ถึงเวลาที่ผมต้องปล่อยวาง หลังจากนั้นผมไม่เคยมาขอนแก่นอีก ลงไปอยู่กรุงเทพบ้าง อยู่ใต้บ้างสลับกันไป ( สมัยนั้นคนทั่วไปยังไม่มีมือถือใช้ จากกันแล้วก็หายกันไปเลย ) ผมยังติดตามความเป็นไปของเค้าอยู่ห่าง ๆ ด้วยวิธีการที่ผมถนัด จนล่วงเลยไป 10 กว่าปี ผมลงไปอยู่ใต้แล้ว บ้านเองไม่เคยนอน นอนในวัดกับหลวงพ่อทุกคืน ( รู้จักกันตอนผมบวช ) กลางคืนใช้เวลาไปกับการสนทนาธรรมกับหลวงพ่อ ตอนเช้าตื่นไปทำงาน ทำงานวันละ 16 ชั่วโมง ไม่เคยมีวันหยุด

จนกระทั่งวันหนึ่ง หลวงพ่อเล่าเรื่องความหลังก่อนบวชให้ฟัง ทำให้ผมคิดถึงเรื่องตัวเองขึ้นอีกครั้ง จริง ๆ แล้วก็คิดอยู่ทุกวัน แต่เป็นการคิดแบบผ่านเลย ตัดสินใจหาเบอร์โทร. ของโรงพยาบาลที่เค้าทำงานอยู่ ( ผมสืบรู้โรงพยาบาลมาก่อนแล้ว ) โทรไปหาด้วยใจระทึก กลัวจะได้ยินคำตอบแบบเดิม ๆ เหมือนเมื่อ 10 กว่าปีก่อน โชคเข้าข้างผมที่วันนั้นเค้าอยู่โรงพยาบาล และ ว่างอยู่ เพราะผมคิดไว้ในใจแล้วว่าจะไม่โทรซ้ำสอง เลขาของเค้าเป็นคนรับ มารู้ทีหลังว่าปกติถ้ามีสายนอกเข้า และไม่เกี่ยวกับคนไข้ จะให้เลขาบอกปัดไปว่าไม่ว่าง แต่วันนั้นเค้ากลับรับโทรศัพท์ ผมเรียกชื่อเล่นเค้าคำเดียว เค้าก็เรียกชื่อผมกลับมาทันที ( คนอะไรจำแม่นปานนั้น ผมเองยังจำเสียงเค้าไม่ได้เลย ) หลังจากนั้นก็เหมือนย้อนกลับไปในอดีต แต่บรรยากาศเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ผ่านไปเดือนหนึ่ง ผมหมดค่าโทรศัพท์ไป 3 หมื่นกว่าบาท ตัดสินใจขอแต่งงานเลย เค้าก็ตอบรับทันทีเช่นกัน แต่จะอยู่กันคนละภาคคงไม่ได้ เค้าอยากทำงานที่โรงพยาบาลต่อไปอีกสักระยะ ส่วนผมมีกิจการส่วนตัวที่บ้าน แต่ไม่เป็นไรฝากคนที่บ้านไว้ได้ ผมจึงต้องมาอยู่ขอนแก่น เกือบ 3 ปีแล้ว อีกไม่กี่ปีจะย้ายลงไปอยู่ใต้ อากาศดีกว่า การกินการอยู่สะดวกกว่า

ผมเชื่อเสมอมาว่า รักแรกพบ หรือ First impression มีส่วนอย่างมากที่จะทำให้ชีวิตคู่ราบรื่น ก็เป็นจริงอย่างที่ผมคิด แม้ว่าแต่ก่อนนิสัยต่างกันสุดขั้ว แต่เมื่ออยู่ร่วมกันแล้ว เหมือนเป็นคนคนดียวกัน คิดอะไรไปในทิศทางเดียวกัน ชอบอะไรเหมือน ๆ กัน ไปไหนไปด้วยกันเสมอ ไม่เคยแยกจากกัน ปกติเค้าต้องไปดูงานต่างประเทศทุกปี แต่ถ้าปีไหนผมไปด้วยไม่ได้ ก็จะไม่ยอมไป แต่ก็มีบางเรื่องเหมือนกันนะ ที่ผมจัดให้แฟนผมอยู่ในระดับ "เกรียนเทพ" เลย และเรื่องที่เถียงกันเป็นประจำคือเรื่อง คณิตศาสตร์ แฟนผมเค้าระดับโอลิมปิกเลย แต่เรื่องการคิดนี่ ต่อให้ไม่ได้เรียนมาผมก็ไม่ยอมเหมือนกัน

2 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อ่านความหลัง แล้วลืมเรื่องหวยเลยผม อยากให้ผมเป็นแบบนี้มั้งจัง 55 มาต่อกันด้วยการเขียนโปรแกรม ผมเฝ้ารอพี่ทุกวันเลย เมื่อไหร่จะมี โพสใหม่มาหว่า 1 วันเข้าดู 10 กว่ารอบ แต่ที่อยากได้ และศึกษามากที่สุดตอนนี้มี 2 เรื่อง คือเรื่อง โปรแกรม bot และ โปรแกรม ถอดรหัส YBI YBQ หรือ .cfg ทั้งหลาย และสามารถนำมาแก้ไขใน HEX ได้ และทำการ en กลับไปที่เดิม อย่างไร ถ้าพี่ ว่าง ผมรบกวนทีนะครั

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ได้อ่านแล้วก็ อยากนำไปใช้บ้างจริงๆ ห่างหายกันไป 10 ปี และมาคุยอีกทีขอแต่งงาน โอ้ว ครับ มาว่ากันต่อด้วยเรื่อง YBI YBQ หรือ cfg ทั้งหลายอะครับ ตอนนี้ กำลังอยากศึกษาตรงนี้มากๆๆ พี่ช่วยลงให้หน่อยได้ไหมครับถ้ามาในรูปแบบ Assamby ผมไม่ค่อยเข้าใจแต่ก็รองเล่นๆ ดุอะละ rb คืออะไรพวกนี้ก็ดูตามพี่ แต่ก็ยัง งง อยากให้ช่วย แจงให้กระจ่างอีกหน่อยอะครับ และก็อยากรองใช้ bot มากๆๆ อิอิ ไงก้อรบกวนพี่ด้วยนะขอรับ